คำถามที่พบบ่อย

คำถามทั่ว ๆ ไปถึง JustForex

  • JustForex ช่วยให้บุคคล และนิติบุคคลสามารถเข้าถึงกระบวนการซื้อขายในตลาดเงินตราต่างประเทศได้ที่เรียกว่า – ฟอเร็กซ์ ลูกค้าแต่ละรายของ JustForex ได้รับโอกาสในการรับรายได้จากการเปลี่ยนแปลงของค่าเงิน และใช้เครื่องมือทางการเงินต่าง ๆ

  • การซื้อขายฟอเร็กซ์สามารถทำการซื้อขายได้ตลอด 24 ชั่วโมง 5 วันทำการต่อสัปดาห์ ตั้งแต่วันจันทร์ เวลา 00:00:30 น. GMT+3 ไปจนถึง วันศุกณ์ เวลา 23:57:59 น. GMT+3 การซื้อขายโลหะนั้นสามารถทำการซื้อขายได้ตั้งแต่วันจันทร์ เวลา 01:00:00 น. GMT+3 ไปจนถึงวันศุกร์ เวลา 23:57:59 น. GMT+3 เวลาพักช่วงทำการซื้อขาย ตั้งแต่เวลา 23:59:00 น. GMT+3 ไปจนถึง 00:00:30 น. GMT+3 ในแต่ละวันทำการ

  • อันที่จริง ความคิดที่ว่าคุณต้องใช้เงินจำนวนมากในการเริ่มทำการซื้อขายในตลาดฟอเร็กซ์นั้นเป็นความคิดที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง การมีเงินจำนวนน้อยอยู่ในครอบครองนั้นก็สามารถที่จะทำการซื้อขายในตลาดฟอเร็กซ์ได้เนื่องจากปัจจุบันมีข้อกำหนดขั้นต่ำให้กับผู้เข้าร่วมในตลาดแต่ละราย หากต้องการเรียนรู้เพิ่มเติม โปรดเข้าชมได้ที่ ข้อกำหนดในการซื้อขาย นอกจากนี้ หนึ่งในเครื่องมือที่นักลงทุนทุกคนใช้กันก็คือ เลเวอเรจ ที่อนุญาตให้คุณใช้เงินจำนวนหนึ่งซึ่งเกินกว่าจำนวนเงินทุนรวมที่คุณมี

  • อย่าปฏิบัติต่อการซื้อขายในตลาดฟอเร็กซ์ เฉกเช่นกับการปฏิบัติในคาสิโน ทั้งสองอย่างไม่มีอะไรที่เหมือนกันเลยระหว่างคาสิโน กับฟอเร็กซ์ คุณจำเป็นต้องทำงานอย่างหนัก เรียนรู้เกี่ยวกับคุณสมบัติ และมุมมองของตลาดฟอเร็กซ์ บทความเกี่ยวกับฟอเร็กซ์ อาจช่วยเติมเต็มให้กับการเรียนรู้ของคุณได้ ในการที่จะกลายเป็นนักลงทุนที่ประสบความสำเร็จได้นั้น ความอดทน และทำงานหนัก คือ สิ่งที่จำเป็นยิ่งกว่าการมีโชค ทุกสิ่งทุกอย่างขึ้นอยู่กับตัวคุณเอง

  • ไม่มีค่ะ JustForex ไม่มีบริการให้กับลูกค้าในสหรัฐอเมริกา

  • บุคคลธรรมดา และนิติบุคคล สามารถเป็นลูกค้าของ JustForex ได้

  • JustForex ไม่มีบริการให้ยืมเงินทุนเพื่อใช้ในการฝากเข้าบัญชีสำหรับการซื้อขายให้กับลูกค้า

  • บริษัท ไม่ใช่ตัวแทนในการเก็บภาษี และไม่เก็บค่าภาษีจากผลกำไรที่ได้รับจากการซื้อขาย คุณจะได้รับเงินเต็มจำนวน และตอบทุกคำถามเกี่ยวกับความรับผิดชอบในภาษีตามกฎหมายด้านภาษีของประเทศที่คุณอาศัยอยู่ด้วยตัวคุณเอง

  • ตลาดฟอเร็กซ์ไม่เปิดทำการในวัน เสาร์-อาทิตย์

  • ในการจะเป็นนักลงทุนในตลาดฟอเร็กซ์ ต้องเริ่มจากการเรียนรู้พื้นฐานเกี่ยวกับการซื้อขายฟอเร็กซ์นั่นคือ – คำจำกัดความ และแนวคิดหลัก ๆ จากนั้นเรียนรู้จากความรู้ในเชิงทฤษฎีในบัญชีทดลอง การใช้บัญชีนี้ คุณจะได้เรียนรู้ถึงเครื่องมือ เพิ่มพูนประสบการณ์ในการซื้อขาย และฝึกฝนกลยุทธ์ในการซื้อขายโดยไม่มีความเสี่ยง

    อีกขั้นตอนหนึ่งเพื่อให้กลายมาเป็นนักลงทุนในตลาดฟอเร็กซ์ก็คือ การเขียนแผนการในการซื้อขาย แผนการในการซื้อขายจะช่วยให้หลีกเลี่ยงความผิดพลาด และลดความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นในระหว่างกระบวนการซื้อขาย แผนการการซื้อขายอยู่บนพื้นฐานของการวิเคราะห์ตลาดอย่างครอบคลุมด้วยการใช้ข้อมูลทางสถิติจากการวิเคราะห์ขั้นพื้นฐาน และการวิเคราะห์ทางเทคนิค อ่านเพิ่มเติม ที่นี่

  • ในการเริ่มทำการซื้อขายฟอเร็กซ์กับ JustForex คุณจำเป็นต้องทำการลงทะเบียนที่หน้าจัดการระบบ (Back Office) และเปิดบัญชีสำหรับการซื้อขาย หลังจากนั้นฝากเงินเข้าไปในบัญชีของคุณ แล้วเริ่มทำการซื้อขายฟอเร็กซ์ได้เลย

    กระบวนการซื้อขาย หมายถึง การออกคำสั่งในคำสั่งซื้อ หรือขาย คำสั่งซื้อ หรือขาย คือ หน่วยของความสัมพันธ์กันระหว่างตลาดกับสินค้าโภค คำสั่งซื้อ หรือขายในฟอเร็กซ์มี 2 ประเภท คือ – ณ ราคาตลาด (market) และ รอราคา (pending) คำสั่งซื้อ หรือขาย ณ ราคาตลาด (market) เป็นการออกคำสั่งซื้อ หรือขายที่ราคาตลาดซึ่งเป็นราคาตามที่คุณมองเห็นในเทอร์มินัล คำสั่งซื้อ หรือขายล่วงหน้าแบบรอราคา เป็นการออกคำสั่งซื้อ หรือขายเมื่อราคาแตะถึงระดับที่ได้กำหนดไว้ คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับคำสั่งซื้อขายได้ ที่นี่.

  • หากคุณเป็นนักลงทุนมือใหม่ และไม่มีประสบการณ์ในการซื้อขาย โปรดดูที่ ส่วนของการศึกษา ของเรา คุณสามารถค้นหาคำศัพท์เกี่ยวกับฟอเร็กซ์ และบทความที่มีประโยชน์เกี่ยวกับตลาดมากมายได้ที่นี่

    ทางที่ดีที่สุดในการเรียนรู้วิธีการซื้อขายฟอเร็กซ์ คือ การฝึกฝน ดังนั้นหลังจากการเรียนรู้ทฤษฎี ขั้นพื้นฐานของตลาดฟอเร็กซ์ ควร เปิดบัญชีทดลอง เพื่อปรับปรุงทักษะในการซื้อขาย และค้นหาทฤษฏีที่ดีสุดให้กับตัวคุณเอง

  • JustForex ไม่มีข้อกำหนดในเรื่องของเงินฝาก สำหรับบัญชี เซ็นต์ (Cent) และบัญชีมินิ (Mini) คุณสามารถเริ่มทำการซื้อขายได้ด้วย 1 ดอลลาร์ ในการเปิดบัญชีแสตนดาร์ด (Standard) คุณจำเป็นต้องมีเงินอย่างน้อย 100 ดอลลาร์ เงินฝากขั้นต่ำสำหรับบัญชี อีซีเอ็น ซีโร่ (ECN Zero) คือ 500 ดอลลาร์ คุณสามารถดูจำนวนเงินที่คุณจำเป็นต้องมีในการซื้อขายฟอเร็กซ์ได้ ที่นี่

บัญชี

  • ในการเปลี่ยนเลเวอเรจของบัญชี โปรดดำเนินการดังต่อไปนี้:
    • เข้าระบบสู่หน้าจัดการระบบของคุณ (Back Office)
    • ในกล่องเมนูทางซ้ายมือ "ดำเนินการบัญชี (Account operations) " โปรดเลือก "เลเวอเรจ (Leverage)"
    • ในหน้าเว็บที่ปรากฎขึ้นโปรดเลือกบัญชีที่คุณต้องการจะเปลี่ยนเลเวอเรจ
    • ระบุเลเวอเรจที่ต้องการ แล้วคลิกที่ "เปลี่ยนแปลง (Change)"
    ข้อควรระวัง! ก่อนทำการเปลี่ยนแปลงเลเวอเรจต้องให้แน่ใจว่าไม่มีคำสั่งซื้อขายอยู่ในบัญชี หรือในกรณีที่คุณมีคำสั่งซื้อขายเปิดอยู่คุณจะต้องแน่ใจว่าคุณมีเงินทุนเพียงพอตามข้อกำหนดของเงินประกัน การเปลี่ยนแปลงเลเวอเรจจะส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในข้อกำหนดของเงินประกันสำหรับการเปิดคำสั่งซื้อขาย และในกรณีที่มีจำนวนเงินไม่พออาจทำให้คำสั่งซื้อขายถูกปิดอัตโนมัติ (stop out)
  • ทุก บัญชี ในบริษัทไม่ว่าจะเป็นบัญชีจริง หรือบัญชีทดสอบคุณจะได้รับบริการในหลักปฏิบัติเดียวกัน คุณจะได้รับราคาบนเครื่องมือทางการเงินในราคาเดียวกัน และการเฝ้าดูสถานการณ์ของตลาดตามเวลาที่เกิดขึ้นจริง แต่บัญชีทั้งสองก็ยังมีความแตกต่างกันตรงที่คุณไม่ต้องทำการฝากเงินเข้าบัญชี คุณทำการซื้อขายด้วยเงิน "เสมือนจริง" ที่ไม่สามารถถอนออกมาได้ ดังนั้นในมุมมองทางจิตวิทยาของการดำเนินการนั้นมีความแตกต่างกัน เมื่อทำการซื้อขายในบัญชีทดลองนั้นคุณสามารถทดสอบกลยุทธ์ของคุณได้โดยไม่มีความเสี่ยง คุณสามารถเปิดบัญชีทดลองได้ที่ หน้านี้ ในการเปิดบัญชีทดลองคุณจำเป็นต้องการลงทะเบียนที่ หน้าจัดการระบบ (Back Office) และเปิดบัญชีซื้อขายในหน้านั้น
  • ในการเปิดบัญชีทดลองนั้นคุณจำเป็นจะต้องไปที่ ลิงค์ นี้ แล้วกรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์ม จากนั้นคลิกที่ปุ่ม "เปิด"

    คุณจะได้รับรายละเอียดต่าง ๆ ที่จำเป็นในการเข้าใช้งานบัญชี MT4 ผ่านทางอีเมลที่ได้ระบุไว้ในแบบฟอร์ม

    ในการเปิดบัญชีทดลองจากมือถือของคุณ คุณจำเป็นต้องดาวน์โหลดโปรแกรม MetaTrader 4 สำหรับมือถือก่อน คุณสามารถดาวน์โหลดโปรแกรมสำหรับระบบปฏิบัติการ Android ได้ ที่นี่ และสำหรับ iPhone ได้จาก หน้านี้

    จากนั้นคุณจำเป็นต้องปฏิบัติตามขั้นตอนดังต่อไปนี้:
    • ทำการเข้าสู่ระบบไปยังแพลตฟอร์ม MT4.
    • คลิกที่ไอคอน "เมนู (Menu)" ที่อยู่ทางมุมซ้ายด้านบนของเทอร์มินัล
    • เลือก "จัดการบัญชี (Manage accounts)" แล้วคลิกที่ "+" ที่ปรากฎอยู่บนหน้าเว็บ
    • คลิก "เปิดบัญชีทดลอง (Open a demo account)" และกรอกข้อมูลในช่องของ "ค้นหาโบรกเกอร์ (Find broker)" โปรดกรอกว่า JustForex.
    • เลือกเซิร์ฟเวอร์ของ JustForex-Demo.
    • กรอกข้อมูลลงในแบบฟอร์ม แล้วคลิกที่ "สร้างบัญชี (Create account)".
    หลังจากนั้นคุณก็จะเห็นรายละเอียดบัญชีของคุณ คุณต้องจดจำรายละเอียดเอาไว้
  • JustForex ไม่สามารถกู้คืนรหัสผ่านของบัญชีทดลองได้ แต่มี 2 วิธี

    วิธีที่ #1:

    (ในกรณีที่ช่อง "จำรหัสผ่าน (Save password)" มีการทำเครื่องหมายไว้ในเทอร์มินัลของการซื้อขาย คุณก็สามารถเข้าสู่ระบบเข้าไปในเทอร์มินัลของการซื้อขายได้)

    • เข้าสู่ระบบที่ไปแพลตฟอร์ม JustForex MetaTrader 4 ของคุณ
    • เลือก "กล่องข้อความ (Mailbox)" ในหน้าต่าง "เทอร์มินัล (Terminal)"
    • ค้นหาจดหมายหัวข้อ "การลงทะเบียนบัญชีใหม่ (New Account Registration)"
    • รหัสผ่านของคุณจะแสดงอยู่ที่นั่นหากคุณยังไม่ได้ลบจดหมายนั้นทิ้ง

    ในกรณีที่ไม่มีข้อความอยู่ในกล่องจดหมาย และไม่มีการทำเครื่องหมายในช่อง "จำรหัสผ่าน (Save password)" ดังนั้นวิธีที่ #2 – ให้เปิดบัญชีทดลองใหม่จากแพลตฟอร์ม MT4 ของคุณ คุณสามารถเปิดบัญชีทดลองได้ที่ หน้า นี้

    ขอให้เพลิดเพลินไปกับการซื้อขายนะคะ!
  • JustForex ไม่ได้กำหนดระยะเวลาในการใช้บัญชีทดลอง คุณสามารถฝึกฝน และทดสอบกลยุทธ์ของคุณได้นานเท่าที่คุณต้องการ อย่างไรก็ตามในกรณีที่คุณไม่เข้าใช้งานในบัญชีทดลองนานเกิน 90 วัน บัญชีจะถูกลบออกจากระบบโดยอัตโนมัติโดยไม่มีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า
  • ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงประเภทของบัญชีซื้อขายได้I แต่คุณสามารถ เปิดบัญชีซื้อขายใหม่ ในหน้าจัดการระบบ (Back Office) และโอนเงินทุนของคุณเข้าไปในบัญชีใหม่ได้ตลอดเวลา การโอนเงินทุนภายในบัญชีของตัวเองสามารถกระทำได้ใน หน้าจัดการระบบ (Back Office)
  • ไม่จำเป็น ขั้นตอนการยืนยันตัวตนนั้นจะกระทำเพียงแค่ครั้งเดียว หลังจากที่ได้ลงทะเบียนในหน้าจัดการระบบ (Back Office) แล้ว
  • คุณสามารถเปิดบัญชีซื้อขายได้ไม่จำกัดจำนวน รวมถึงบัญชีประเภท IB และ CPA (สามารถเปิดบัญชีประเภทพันธมิตรได้หนึ่งบัญชี)
  • ไม่ บัญชีซื้อขายจะไม่ถูกปิด แต่หากคุณต้องการที่จะทำการซื้อขายต่อไป คุณจะต้องฝากเงินทุนเข้าไปในบัญชีของคุณ
  • จะทำการเปิดบัญชีการซื้อขายได้ในหน้าจัดการระบบ (Back Office)

    ในการ เปิดบัญชีการซื้อขาย กับ JustForex คุณจำเป็นต้อง:
    • 1. ลงทะเบียนในหน้าจัดการระบบ (Back Office) ซึ่งดำเนินการทั้งหมดเกี่ยวกับการฝากเงิน การถอนเงิน และการโอนเงินทุน คุณจะถูกขอให้กรอกข้อมูลในช่องที่เหมาะสม
    • 2. หลังจากการลงทะเบียนที่หน้าจัดการระบบแล้ว (Back Office) คุณจะถูกส่งไปยังหน้าของการเปิดบัญชี
    จำนวนของบัญชีซื้อขายจะแสดงอยู่ในหน้าจัดการระบบ (Back Office)

การซื้อขาย

  • นั่นหมายความว่ามีการแจ้งให้ฝากเงินหลักประกันเพิ่ม (Margin Call) มาร์จิ้นคอล (Margin Call) คือการแจ้งเตือนที่แสดงว่าเงินทุนของคุณลดลงจนเหลือจำนวนน้อยกว่าที่กำหนดไว้ในบัญชีซื้อขาย และในกรณีที่ตลาดมีความเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ไม่ต้องการ เหตุการณ์หยุดกระทันหัน (stop out) จะเกิดขึ้น การแจ้งเตือนนี้จะถูกส่งในขณะที่ยังคงมีเงินทุนเหลืออยู่ในบัญชีซื้อขายซึ่งเป็นจำนวนเปอร์เซ็นต์ของเงินประกัน (ตัวอย่างเช่น 40%) ดังนั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการหยุดกระทันหัน (stop out) คุณจำเป็นต้องทำการฝากเงิน หรือปิดตำแหน่งด้วยการสูญเสียแบบลอยตัว
  • ในกรณีที่ที่คุณไม่ต้องการปิดตำแหน่งในช่วงสิ้นวัน คำสั่งซื้อขายจะถูกเปิดทิ้งไว้ข้ามคืน และมีค่าใช้จ่ายที่เรียกว่า swap เพิ่มขึ้น หรือหักลบกับราคาของตำแหน่งที่เปิดซื้อขายไว้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ swap โปรดเข้าชมที่ หน้านี้ สามารถดาข้อมูลของ swap ปัจจุบันไดด้ที่แพลตฟอร์มการซื้อขาย MetaTrader 4
    • สำหรับคู่สกุลเงินที่มี ดอลลาร์สหรัฐ เป็นสกุลเงินรอง (EURUSD) ราคาหนึ่งจุด จะคำนวณได้ตามวิธีดังต่อไปนี้:

      1 จุด = ปริมาณของคำสั่งซื้อขาย × การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนขั้นต่ำ (0.0001)

    • สำหรับคู่สกุลเงินที่มี ดอลลาร์สหรัฐ เป็นสกุลเงินหลัก (USDCHF) ราคาหนึ่งจุด จะคำนวณได้ตามวิธีดังต่อไปนี้:

      1 จุด = ปริมาณของคำสั่งซื้อขาย × การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนขั้นต่ำ (0.0001) / ราคาปัจจุบันของคู่สกุลเงิน

    • สำหรับคู่สกุลเงินที่ไม่มีดอลลาร์สหรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง (cross currency pairs: GBPCAD) ราคาหนึ่งจุด จะคำนวณได้ตามวิธีดังต่อไปนี้:

      1 จุด = ปริมาณของคำสั่งซื้อขาย × การเปลี่ยนแปลงของอัตราแลกเปลี่ยนขั้นต่ำ (0.0001) × ราคาซื้อขายของคู่สกุลเงินหลักเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ / ราคาซื้อขายของตำแหน่งที่เปิดอยู่ในปัจจุบัน

  • ยอมให้ทำการซื้อขายด้วยผู้แนะแนะที่เชี่ยวชาญภายใต้เงื่อนไขของประเภทบัญชีซื้อขายที่ใช้ทำการซื้อขาย
  • ตำแหน่งของคุณจะถูกบังคังให้ปิด ณ ราคาตลาดในปัจจุบันในกรณีที่ระดับของเงินประกันในบัญชีแตะถึงระดับหยุดกระทันหัน (stop out) ตามแต่ละประเภทบัญชีของคุณ (สามารถดูรายละเอียดของระดับหยุดกระทันหัน (stop out) สำหรับประเภทบัญชี ข้อกำหนดในการซื้อขาย)
  • ขณะที่ทำการซื้อขายในตลาดฟอเร็กซ์กับJustForex คุณสามารถดำเนินการซื้อขายได้จากแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 ด้วยความช่วยเหลือของแพลตฟอร์มนี้คุณจะมีโอกาสที่จะวางตำแหน่งในตลาด และเปิดคำสั่งซื้อขายทิ้งไว้ได้ เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการทำการซื้อขาย โปรดอ่านบทความ ขั้นตอนในการซื้อขาย
  • ค่าสเปรด คือ การลอยตัวบนบัญชี แสตนดาร์ด (Standard) บัญชีเซ็นต์ (Cent) บัญชีมินิ (Mini) และบัญชีอีซีเอ็น ซีโร่ (ECN Zero) เพื่อดูข้อมูลค่าสเปรดโดยทั่วไป โปรดเข้าชมที่ รายละเอียดของสัญญา
  • ข้อความนี้ปรากฎขึ้นในแพลตฟอร์มสำหรับการซื้อขายในกรณีที่คุณมีเงินทุนไม่เพียงพอสำหรับทำการเปิดตำแหน่งใหม่ เพื่อให้สามารถทำการซื้อขายต่อไปได้คุณจะต้องทำการฝากเงินเข้าบัญชีซื้อขาย
  • JustForex ไม่กำหนดจำนวนของการซื้อขายในหนึ่งเดือน คุณสามารถออกจำนวนของคำสั่งซื้อขายได้มากเท่าที่คุณต้องการตามแต่กลยุทธ์การซื้อขายของคุณ
  • คำสั่ง ซื้อ หรือเรียกอีกอย่างว่าตำแหน่ง ยาว – คำสั่งซื้อเครื่องมือทางการเงิน

    คำสั่ง ขาย หรือตำแหน่ง สั้น – คำสั่งขายเครื่องมือทางการเงิน

  • เพื่อดูรายการแบบสมบูรณ์ของคู่สุกลเงินที่พร้อมสำหรับการซื้อขาย โปรดเข้าชมที่ หน้านี้
  • ปริมาณของคำสั่งซื้อขายขั้นต่ำในบัญชีของ JustForex ทุกบัญชี คือ 0.01 ล็อต (1,000 หน่วยของสกุลเงินหลัก)
  • เงินประกันฟรี คือ เงินทุนในบัญชีซื้อขายที่อาจจะใช้เพื่อเปิดตำแหน่งใหม่
  • ค่าสเปรด คือ ค่าความแตกต่างระหว่างราคาเสนอซื้อ (ask) และราคาเสนอขาย (bid) ของเครื่องมือทางการเงิน ณ ราคาปัจจุบัน
  • เลเวอเรจ เป็นเครื่องมือที่ช่วยให้คุณสามารถทำการซื้อขายได้ในจำนวนเงินรวมที่มากขึ้น โดยการมีเพียงแค่บางส่วนที่เป็นเงินทุนของคุณ ตัวอย่างเช่น 1:100 เลเวอเรจ คุณสามารถทำการซื้อขายในปริมาณ 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ โดยมีเงินทุนเป็นของตนเองเพียงแค่ 1,000 ดอลลาร์สหรัฐเท่านั้น
  • คำสั่งซื้อ เปิด ณ ราคาเสนอซื้อ (Ask) และปิด ณ ราคาเสนอขาย (Bid) คำสั่งขาย เปิด ณ ราคาเสนอขาย (Bid) และปิด ณ ราคาเสนอซื้อ (Ask)
    • สำหรับคู่สกุลเงินที่มี ดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก (เช่น USDCHF) จะมีการคำนวณเงินประกันได้ตามวิธีดังต่อไปนี้:

      เงินประกัน = ขนาดของสัญญา/เลเวอเรจ

      โดยที่ขนาดของสัญญา = 100,000 ดอลลาร์สหรัฐ × ขนาดของคำสั่งซื้อขาย
    • สำหรับคู่สกุลเงินที่ไม่มีสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินหลัก (เช่น EURUSD) จะมีการคำนวณเงินประกันได้ตามวิธีดังต่อไปนี้:

      เงินประกัน = ราคาซื้อขายปัจจุบัน × ขนาดของสัญญา / เลเวอเรจ

      โดยที่ขนาดของสัญญา = สกุลเงินหลัก 100,000 หน่วย × ขนาดของคำสั่งซื้อขาย
    • สำหรับคู่สกุลเงินที่ไม่มีสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง (cross currency pairs เช่น: GBPJPY) จะมีการคำนวณเงินประกันได้ตามวิธีดังต่อไปนี้:

      เงินประกัน = อัตราปัจจุบันของสกุลเงินหลักเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ × ขนาดของสัญญา / เลเวอเรจ

      โดยที่ขนาดของสัญญา = สกุลเงินหลัก 100,000 หน่วย × ขนาดของคำสั่งซื้อขาย
    • For the spot metals (e.g. XAUUSD) จะมีการคำนวณเงินประกันได้ตามวิธีดังต่อไปนี้:

      เงินประกัน = ราคาซื้อขายปัจจุบัน × ขนาดของสัญญา / เลเวอเรจ

      โดยที่ขนาดของสัญญา = ขนาดของล็อต (ในรูปแบบทรอยออนซ์) × ขนาดของคำสั่งซื้อขาย
  • การจัดลำดับด้วยวิธีฟีโบนัชชี (Fibonacci) เป็นชุดของตัวเลขที่หมายเลขถัดไปแต่ละหมายเลขจะถูกสร้างขึ้นด้วยการเพิ่มหมายเลขสองหมายเลขที่อยู่ก่อนหน้านี้เข้าไป ระดับฟีโบนัชชี ค่อนข้างจะเป็นเทคนิคที่มีความนิยมในกลุ่มนักลงทุน มันเห็นผลได้ดีที่สุดเมื่อตลาดกำลังมีแนวโน้มเกิดขึ้น ระดับวิธีฟีโบนัชชีจะแสดงประวัติย้อนหลังในระดับที่มีความเป็นไปได้ของการปรับฐานราคา

    การคำนวณระดับฟีโบนัชชี อยู่บนพื้นฐานของตัวเลข ฟีโบนัชชี ตัวเลข 23.6% 38.2% 50% 61.8% จะถือว่าเป็นระดับหลักของฟีโบนัชชี ระดับที่แข็งแกร่งที่สุด คือ 50.0% 61.8% และ 78.6% อ่านเพิ่มเติม ในบทความนี้

  • การทำการซื้อขายในช่วงสั้น ๆ (Scalping) เป็นกลยุทธ์ในการซื้อขาย เมื่อนักลงทุนออกคำสั่งให้กับคำสั่งซื้อจำนวนมาก ๆ ในช่วงระหว่างเปิดคำสั่งขาย (short) ตำแหน่งการซื้อขายจะถูกเปิดไว้เป็นระยะเวลาเพียงแค่ไม่กี่วินาที หรือไม่กี่นาที นักลงทุนออกคำสั่งขายเป็นหลายร้อยคำสั่งต่อวัน และรับผลกำไรจากราคาที่ผันผวนเล็กน้อย อ่านเพิ่มเติม ที่นี่.

  • คุณสามารถรับผลกำไร และใช้คำสั่งหยุดขาดทุน (Stop Loss) ในเทอร์มินัลของการซื้อขายในขณะที่คุณเปิดคำสั่งซื้อ คุณยังสมารถปรับเปลี่ยนคำสั่งซื้อที่ได้เปิดขึ้นมาแล้วได้ และกำหนด หรือเปลี่ยนจุดให้กับคำสั่งหยุดขาดทุน (SL) หรือรับกำไร (TP) ได้ทุกเมื่อ คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการคำนวณจุดหยุดขาดทุน (Stop Loss) และรับผลกำไร (Take Profit) ในตลาดฟอเร็กซ์ได้ ที่นี่

  • ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่เป็นหนึ่งในมาตรฐาน และปกติมักจะใช้เป็นตัวชี้วัดฟอเร็กซ์กันมากที่สุด ในบทความนี้ คุณสามารถอ่านวัตถุประสงค์ และวิธีในการใช้ตัวชี้วัดค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ในฟอเร็กซ์

    ในการตั้งค่าให้กับตัวชี้วัดค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ โปรดคลิกที่ "แทรก" ตรงส่วนมุมด้านซ้ายของเทอร์มินัล MetaTrader เลือก "ตัวชี้วัด" "แนวโน้ม" แล้วคลิกที่ "ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่" หลังจากนั้นคุณจะพบหน้าต่างสำหรับการตั้งค่า ในแท๊บพารามิเตอร์ คุณจะสามารถตั้งค่าระยะเวลา การย้าย วิธีค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ โปรดเลือกสิ่งที่คุณต้องการจะใช้เป็นตัวชี้วัด

    ในแท็บการแสดงผล ให้คุณเลือกกรอบเวลาที่ต้องการให้ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่ปรากฎขึ้น หลังจากปรับแต่งการตั้งค่าเรียบร้อยแล้วให้คลิกที่ "ตกลง" แล้วค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่จะปรากฎขึ้นบนกราฟ

  • เครื่องมือการซื้อขายในฟอร์เร็กซ์จะแสดงเป็นคู่สกุลเงิน การเข้าใจวิธีการอ่านคู่สกุลเงินในฟอเร็กซ์นั้นเป็นสิ่งสำคัญ สกุลเงินแรก เรียกว่า สกุลเงินหลัก (base currency) และสกุลเงินที่สองเป็นราคาอ้างอิง (quoted currency) ตัวเลขแสดงถึงจำนวนหน่วยของสกุลเงินอ้างอิงที่จำเป็นจะต้องซื้อสกุลเงินหลัก

    ตัวอย่างเช่น หากคู่สกุลเงิน EUR/USD = 1.0555 นั่นหมายความว่า 1 ยูโร มีค่าใช้จ่ายอยู่ที่ 1.0555 ดอลลาร์สหรัฐ ในกรณีนี้ ยูโรเป็นสกุลเงินหลัก และดอลลาร์สหรัฐเป็นสกุลเงินรอง ถ้าหากว่าคุณเปิดการซื้อขายคู่สกุลเงิน EUR/USD ในฟอเร็กซ์ จริง ๆ แล้วคุณจะซื้อสกุลเงินยูโรเป็นดอลลาร์สหรัฐ

    การรู้วิธีอ่านราคาของฟอเร็กซ์เป็นหนึ่งในพื้นฐานของตลาดฟอเร็กซ์ คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการอ่านราคาซื้อขายของฟอเร็กซ์ได้ใน บทความของเรา

  • ดัชนีความเร็วในการเคลื่อนไหว (RSI) เป็นตัวชี้วัดความผันผวนของราคา ตัวชี้วัดนี้เป็นค่ามาตรฐาน ดังนั้นคุณสามารถพบมันได้ใน MetaTrader 4 ในการใช้ดัชนีความเร็วในการเคลื่อนไหว และทิศทางของราคาฟอเร็กซ์นั้นให้คลิกที่ "แทรก" ตรงส่วนมุมด้านบนซ้ายของแพลตฟอร์มการซื้อขาย เลือก "ตัวชี้วัด" "ความผันผวน" และ "ความเร็วในการเคลื่อนไหว และทิศทาง (Relative Strength Index)" หน้าต่างของการตั้งค่าก็จะปรากฎขึ้น

    คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีการใช้ดัชนีความเร็วในการเคลื่อนไหว และทิศทางของราคา (RSI) ในการซื้อขายฟอเร็กซ์ได้ ที่นี่

  • ความสามารถในการอ่าน และวิเคราห์กราฟในทักษะหลักของนักลงทุนฟอเร็กซ์ คุณสามาถเรียนรู้วิธีการอ่านกราฟฟอเร็กซ์ได้ใน บทความนี้

    คุณสามารถค้นหารูปแบบกราฟ และการซื้อขายในแต่ละวิธี หรือคุณสามารถอ่านเกี่ยวกับวิธีต่าง ๆ ได้บน เว็บไซต์ของเรา เพราะ JustForex ทำการวิเคราห์ไว้ให้คุณแล้ว

  • การหยุดขาดทุน (Stop Loss) เป็นคำสั่งที่จำกัดความสูญเสียหากราคาไปในทิศทางที่ไม่มีผลกำไร มันจะทำการตำแหน่งซื้อขายขายอัตโนมัติเมื่อราคาแตะที่ระดับราคาใดราคาหนึ่ง เพื่อปกป้องเงินฝากจากความผันผันของตลาดในเชิงลบ และเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด นักลงทุนกำหนดจำนวนที่พวกเขายอมที่จะสูญเสีย และตั้งค่าการหยุดขาดทุน (Stop Loss) ที่ระดับที่นักลงทุนสามารถยอมรับความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้

    นักลงทุนระดับมืออาชีพมักยอมรับระดับความเสี่ยงในแต่ละการซื้อขายสูงสุดที่ 2-3% ของเงินทุนที่ทำการซื้อขาย วิธีการตั้งค่าหยุดขาดทุน (Stop Loss) อ่าน ที่นี่

  • ในการซื้อขายฟอเร็กซ์จากข่าวสารต่าง ๆ คุณควรติดตาม ปฏิทินเศรษฐกิจ ที่รวบรวมข่าวสารที่สำคัญทางการเงินของโลก รวมทั้งปฏิบทินยังแสดงเวลาการเผยแพร่ข่าวสาร และข้อได้เปรียบของผลกระทบเกี่ยวกับคู่สกุลเงินที่เฉพาะเจาะจง

    ข่าวสารการซื้อขาย เป็นกลยุทธ์ที่อยู่บนการวิเคราะห์ขั้นพื้นฐาน นักลงทุนใช้ข่าวสารเพื่อทำกำไรในช่วงความแตกต่างของราคา ณ ช่วยเวลาที่มีการเผยแพร่ข่าวสารทางเศรษฐกิจที่สำคัญ

    มีอยู่ 2 วิธี คือ:
    • 1. นักลงทุนคาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนไหวล่วงหน้า และปฏิกิริยาที่อาจจะเกิดขึ้นของตลาดจากข่าวสารที่ได้มีการเผยแพร่ และสั่งซื้อขายก่อนที่ราคาจะเคลื่อนไหวไปในทิศทางที่ควรจะเป็น
    • 2. นักลงทุนรอคอยสำหรับการเผยแพร่ข่าวสาร และเฝ้าติดตามปฏิกิริยาของราคา ดังนั้นนักลงทุนจะเฝ้าติดตามพฤติกรรมของราคา แล้วจากนั้นก็เข้าสู่ตลาด
  • การหยุดขาดทุน (Stop Loss) สามารถเคลื่อนย้ายได้จากการกำหนดด้วยตนเอง การตัดขาดทุน (Trailing Stop) จะใช้สำหรับการหยุดขาดทุนแบบอัตโนมัติ การตัดขาดทุน (Trailing Stop) ช่วยให้ระดับการหยุดขาดทุนเคลื่อนย้ายโดยสัมพันธ์กันกับความผันผวนของราคา นั่นคือการปล่อยให้การหยุดขาดทุน (Stop Loss) ลอยตัว นั่นคือการปล่อยให้ลอยตัวตามราคาที่เคลื่อนย้ายไปตามทิศทางของคุณ การตัดขาดทุน (Trailing Stop) มีประโยชน์ต่อการเคลื่อนไหวของตลาดที่แข็งแกร่งแบบทิศทางเดียว

  • การรับผลกำไรนั้นตรงกันข้ามกับคำสั่งการหยุดขาดทุน (Stop Loss) มันใช้เพื่อกำหนดผลกำไร หากราคาแตะถึงระดับที่ทำกำไร คำสั่งซื้อขายจะปิดโดยอัตโนมัติ และกำหนดผลกำไรแม้ว่าจะมีการซื้อขายบนเทอร์มินัลออฟไลน์ก็ตาม

    อัตราการสูญเสีย/กำไรที่เป็นมาตรฐานจะอยู่ที่ 1:3 ดังนั้นหากการหยุดขาดทุน (Stop Loss) คือ 20 จุด การรับผลกำไร จะเป็น 60 ผลกำไรที่อาจเกิดขึ้นมักสูงเกินกว่าความเสี่ยง

  • ในการซื้อ หรือขายสกุลเงิน คุณควรทำการเปิด/วางคำสั่งซื้อขายฟอร์เร็กซ์ในแพลตฟอร์มการซื้อขาย คุณสามารถทำมันได้ง่าย ๆ และทำได้หลายวิธีใน MetaTrader 4 อ่านวิธีการวางคำสั่งซื้อขาย ในบทความนี้

  • วิธีการคำนวณผลกำไรในฟอร์เร็กซ์นั้นขึ้นอยู่กับราคาซื้อขายของคู่สกุลเงิน หากคู่สกุลเงินหลักของคู่สกุลเงินเป็น ดอลลาร์สหรัฐ เรียกสกุลเงินหลักนี้ว่าอัตราแลกเปลี่ยนทางตรง (direct quote) (เช่น USD/JPY, USD/CAD, USD/CHF) หากดอลลาร์สหรัฐ คือ สกุลเงินอ้างอิงIf USD is the (counter currency/ quoted currency) นี่คือคู่สกุลเงินที่เป็นอัตราแลกเปลี่ยนทางอ้อม (indirect quote) (เช่น EUR/USD, GBP/USD, AUD/USD)

    หากสกุลเงินไม่รวม ดอลลาร์สหรัฐ เอาไว้ด้วย คุณกำลังทำการซื้อขายฟอเร็กซ์ในแบบข้ามสกุลเงิน (cross-rate) (เช่น GBP/AUD, GPB/JPY)

    • คุณสามารถคำนวณผลกำไรสำหรับคู่สกุลเงินแบบทางตรงได้ด้วยสูตรนี้:

      (ราคาปิด – ราคาเปิด) / ราคาปิด × ปริมาณคำสั่งซื้อขาย × ขนาดล็อต

    • นี่คือสูตรสำหรับสกุลเงินด้วยราคาซื้อขายแบบทางอ้อม:

      (ราคาเปิด – ราคาปิด) × ปริมาณคำสั่งซื้อขาย × ขนาดล็อต

    • นี่เป็นการคำนวณสำหรับคู่สกุลเงินแบบข้ามสกุลเงิน:

      (ราคาเปิด – ราคาปิด) × อัตราของสกุลเงินหลัก × ราคาปิด × ปริมาณคำสั่งซื้อขาย × ขนาดล็อต

    คุณสามารถอ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับราคาซื้อขายสกุลเงินได้ในบทความของ พื้นฐานของตลาดฟอร์เร็กซ์
  • เลเวอเรจที่สามารถใช้งานได้สูงสุดสำหรับการซื้อขายโลหะ คือ 1:100 นี่หมายถึงบัญชีทุกประเภท: เซ็นต์ (Cent) มินิ (Mini) แสตนดาร์ด (Standard) และอีซีเอ็น ซีโร่ (ECN Zero) ขณะที่การซื้อขายโลหะในบัญชี เซ็นต์ (Cent) นักลงทุนควรจะทราบว่าขนาดของคำสั่งซื้อขายขั้นต่ำ คือ 1 เซ็นต์ล็อต และคำสั่งซื้อในบัญชี เซ็นต์ (Cent) คือ เซ็นต์ล็อตซึ่งไม่เหมือนกันกับบัญชีอื่นๆ เงื่อนไขต่าง ๆ ในการสั่งซื้ออื่น ๆ ของการซื้อขายคู่สกุลเงินกับโลหะนั้นเหมือนกัน

หน้าจัดการระบบ

  • ในการเปลี่ยนเลเวอเรจของบัญชี โปรดดำเนินการดังต่อไปนี้:
    • เข้าสู่ระบบไปยังหน้าจัดการระบบของคุณ (Back Office)
    • ในกล่องเมนูด้านซ้ายมือที่ "การดำเนินงานบัญชี" เลือก "เลเวอเรจ"
    • ในหน้าที่ปรากฎขึ้น โปรดเลือกบัญชีที่คุณต้องการจะเปลี่ยนเลเวอเรจ
    • ให้ระบุเลเวอเรจที่คุณต้องการ แล้วคลิกที่ "เปลี่ยน"
    ข้อควรระวัง! ก่อนทำการเปลี่ยนเลเวอเรจ โปรดแน่ใจว่าไม่มีคำสั่งซื้อขายเปิดอยู่ในบัญชี หรือในกรณีที่คุณมีคำสั่งซื้อขายเปิดอยู่ โปรดแน่ใจว่ามีเงินทุนเพียงพอสำหรับข้อกำหนดของเงินประกันที่กำหนดไว้ การเปลี่ยนเลเวอเรจทำให้เงินประกันในการเปิดคำสั่งซื้อขายเปลี่ยนไปด้วย และในบางกรณีที่มีจำนวนเงินทุนไม่เพียงพออาจทำให้เกิดการหยุดคำสั่งซื้อกระทันหัน (stop out).
  • ในกรณีที่คุณลืมรหัสผ่านของหน้าจัดการระบบ (Back Office) คุณจำเป็นต้องดำเนินการดังต่อไปนี้:
    • ไปที่หน้าเข้าสู่ระบบของหน้าจัดการระบบ (Back Office) แล้วคลิกที่ "ลืมรหัสผ่านใช่ไหม"
    • ใส่อีเมลของคุณ (อีเมลที่คุณได้ระบุไว้ในระหว่างการลงทะเบียน) บนหน้าที่ได้ปรากฎขึ้น แล้วคลิกที่ "ส่ง" จดหมายคำแนะนำจะถูกส่งไปยังอีเมลของคุณ
    • ปฏิบัติตามคำอธิบายในจดหมายให้สมบูรณ์
  • ไม่อนุญาต หน้าจัดการระบบ (Back Office) จะเปิดขึ้นเพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น แต่คุณสามารถเปิดบัญชีการซื้อขายในหน้าจัดการระบบ (Back Office) ได้แบบไม่จำกัดจำนวน
  • ในการเปลี่ยนข้อมูลเกี่ยวกับสถานที่อยู่อาศัย โปรดดำเนินการดังต่อไปนี้:
    • เข้าสู่ระบบไปสู่หน้าจัดการระบบ (Back Office) ของคุณ
    • ในกล่องเมนูทางด้านซ้ายที่ "โปรไฟล์" โปรดเลือก "ข้อมูลส่วนตัว"
    • คลิกที่ "เปลี่ยน" ในส่วนของสถานี่อยู่อาศัย
    • กรอกแบบฟอร์มที่ปรากฎขึ้น
    เมื่อทำการเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัว คุณจะต้องยื่นเอกสารในการยืนยัน หลังจากสิ้นสุดขั้นตอนตามที่ได้ระบุ พนักงานของแผนกความปลอดภัยจะตรวจสอบเอกสาร และเปลี่ยนข้อมูลในกรณีที่ทุกอย่างถูกต้อง หลังจากได้เปลี่ยนข้อมูลเรียบร้อยแล้ว คุณจะได้รับอีเมลแจ้งเตือนไปยังอีเมลของคุณ หากพนักงานไม่สามารถดำเนินการเปลี่ยนข้อมูลส่วนตัวของคุณได้ คุณจะได้รับข้อความที่มีความคิดเห็น
  • รหัส PIN ใช้สำหรับการดำเนินการที่ไม่ใช่สำหรับการซื้อขาย เช่น การถอนเงิน และการโอนเงินระหว่างบัญชี มันเป็นการดำเนินการครั้งเดียว และสามารถใช้ได้เฉพาะระยะเวลาสั้น ๆ ตามที่กำหนดโดยนับจากช่วงเวลาที่ได้รับรหัส PIN รหัส PIN สามารถใช้ดำเนินการได้เฉพาะช่วงเวลาที่ทำการร้องขอเท่านั้น ในการรับรหัส PIN โปรดดำเนินการดังต่อไปนี้:
    • เข้าสู่ระบบไปยังหน้าจัดการระบบของคุณ (Back Office)
    • เลือกส่วนที่คุณสนใจใน ("การถอนเงิน"/"การโอนเงินภายใน")
    • กรอกแบบฟอร์มที่ปรากฎขึ้น คลิกที่ปุ่ม "รับรหัส" ที่อยู่ถัดจากช่อง "รหัส PIN" หลังจากนั้นคุณจะได้รับรหัส PIN ส่งไปยังอีเมล/โทรศัพท์ของคุณ
    • ในการใช้ รหัส PIN โปรดใส่รหัส PIN เข้าไปในช่องที่เหมาะสมของแบบฟอร์ม
    โปรดทราบ ว่าคุณจะได้รับรหัส PIN ส่งไปยังอีเมลของคุณตามการตั้งค่าเดิม แต่คุณสามารถเปลี่ยนวิธีการส่งรหัส PIN ได้ เพื่อให้ได้รับรหัส PIN ส่งไปยังโทรศัพท์ของคุณ (ผ่านทางข้อความ SMS)
  • ในการเปลี่ยนวิธีการส่งรหัส PIN โปรดดำเนินการดังต่อไปนี้:
    • เข้าสู่ระบบไปสู่หน้าจัดการระบบ (Back Office) ของคุณ
    • เลือกส่วน "การตั้งค่าความปลอดภัย"
    • เลือกวิธีการส่งรหัส PIN ("อีเมลของฉัน" หรือ "หมายเลขโทรศัพท์มือถือของฉัน (ผ่านทางข้อความ Sms)") คลิกที่ปุ่ม "รับรหัส" ที่อยู่ถัดจากช่อง "รหัสยืนยัน" หลังจากนั้นคุณจะได้รับข้อความ SMS พร้อมกับรหัสยืนยัน ไปยังหมายเลขโทรศัพท์มือถือของคุณตามที่คุณได้ระบุไว้ในโปรไฟล์ของคุณ
    • ใส่รหัสจากข้อความ SMS ไปยังช่อง "รหัสยืนยัน" แล้วคลิกที่ "เปลี่ยน"
  • ในการกู้คืนรหัสผ่านของผู้ค้าขาย หรือรหัสผ่านของนักลงทุน โปรดดำเนินการดังต่อไปนี้:
    • เข้าสู่ระบบไปสู่หน้าจัดการระบบ (Back Office) ของคุณ
    • ในกล่องเมนูด้านซ้ายโปรดเลือก "การเปลี่ยนรหัสผ่าน"
    • ในแบบฟอร์มที่ปรากฎขึ้นในช่อง "ประเภทของรหัสผ่าน" โปรดเลือก "รหัสผ่านหลักของบัญชี MT4" หรือ "รหัสผ่านของนักลงทุนในบัญชี MT4"
    • เลือกตัวเลขของบัญชีที่คุณต้องการเปลี่ยนรหัสผ่านในช่อง "บัญชี"
    • กรอก "รหัสผ่านใหม่" และช่อง "ยืนยันรหัสผ่านใหม่" คลิกที่ "ยืนยัน"
    • คลิกที่ปุ่ม "รับรหัส" รหัสที่คุณจำเป็นต้องใช้ในการกรอกข้อมูลจะถูกส่งไปยังอีเมล หรือหมายเลขโทรศัพท์ของคุณ โดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าที่คุณเลือกไว้
    • กรอกรหัส แล้วคลิกที่ปุ่ม "เปลี่ยน"
    การเปลี่ยนรหัสผ่านจะดำเนินการโดยอัตโนมัติ
  • ในการเปลี่ยนรหัสผ่านของหน้าจัดการระบบของคุณ (Back Office) โปรดดำเนินการดังต่อไปนี้:
    • เข้าสู่ระบบไปสู่หน้าจัดการระบบ (Back Office) ของคุณ
    • ในกล่องเมนูด้านซ้ายโปรดเลือก "การเปลี่ยนรหัสผ่าน"
    • ในแบบฟอร์มที่ปรากฎขึ้นในช่องของ "ประเภทของรหัสผ่าน" โปรดเลือก "รหัสผ่านของหน้าจัดการระบบ (Back Office)"
    • กรอกที่ช่อง "รหัสผ่านปัจจุบัน" "รหัสผ่านใหม่" และ "ยืนยันรหัสผ่านใหม่" คลิกที่ "ยืนยัน"
    • คลิกที่ปุ่ม "รับรหัส" รหัสที่คุณจำเป็นจะต้องใช้ในการกรอกข้อมูลจะถูกส่งไปยังอีเมล หรือหมายเลขโทรศัพท์ของ โดยขึ้นอยู่กับการตั้งค่าที่คุณเลือกไว้
    • กรอกรหัส แล้วคลิกที่ปุ่ม "เปลี่ยน"
    การเปลี่ยนรหัสผ่านจะดำเนินการโดยอัตโนมัติ

การฝากเงิน การถอนเงิน และการโอนเงิน

  • คุณสามารถยกเลิกคำสั่งในการฝากเงิน/ถอนเงิน/การโอนเงินระหว่างบัญชีได้ในกรณีที่แผนกการเงินของบริษัทยังไม่ได้รับดำเนินการคำสั่ง (มีสถานะ "กำลังรอดำเนินการ ") โปรดปฏิบัติดังนี้เพื่อทำการยกเลิกคำสั่งข้างต้น:
    • เข้าสู่ระบบไปยังหน้าจัดการระบบของคุณ (Back Office)
    • ไปยังหน้า "ประวัติธุรกรรม"
    • ในคอลัมน์ "สถานะ" โปรดคลิกที่ "ยกเลิก" ที่อยู่ถัดจากคำร้องขอที่จำเป็น
  • คุณสามารถเรียนรู้เกี่ยวกับวิธีการฝากเงิน/ถอนเงินได้บนหน้า การฝากเงิน และ ถอนเงิน
  • แต่ละวิธีของการฝากเงิน/ถอนเงินมีการกำหนดค่าคอมมิชชั่นเอาไว้ สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับค่าคอมมิชชั่นโปรคลิก ที่นี่
  • คำร้องที่มีชื่อระบุไว้จะสามารถยื่นคำร้องได้บน Back Office ของแต่ละหน้าเว็บไซต์ที่เกี่ยวข้องเท่านั้น
  • การฝากเงินด้วยวิธีที่แนะนำให้โดยส่วนใหญ่จะดำเนินการด้วยระบบอัตโนมัติ คำร้องขอถอนเงินจะถูกดำเนินการโดยทางบริษัทกำหนดเองภายในระยะเวลาอันรวดเร็ว สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนดของการฝากเงิน โปรด เข้าชมที่ หน้านี้
  • รายการของสกุลเงินที่สามารถนำฝากเงินเข้าบัญชีได้มีระบุไว้อยู่บนหน้า การฝากเงิน และถอนเงิน เงินทุนจะถูกแปลงอัตราแลกเปลี่ยนตามอัตราภายในของบริษัท
  • ไม่ได้ การฝากเงินด้วยการโอนเงินเข้าไปยังบัญชีของบริษัทเป็นข้อห้ามกระทำ คุณสามารถยื่น คำร้องขอฝากเงิน ได้ในหน้าจัดการระบบ (Back Office)
  • ข้อกำหนดของการฝากเงินทุนขึ้นอยู่กับวิธีของการฝากเงิน ในกรณีที่ยังไม่ได้ทำการฝากเงินทุนได้ทันเวลาเนื่องจากเหตุผลทางด้านเทคนิค โปรด ใช้ แบบฟอร์มแจ้งการฝากเงิน บนหน้าจัดการระบบของคุณ (Back Office) คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับข้อกำหนดของการฝากเงินได้ ที่นี่
  • คุณสามารถยื่นคำร้องขอถอนเงินทุนในช่วงวันหยุดราชการ/วันหยุดสุดสัปดาห์ได้ แล้วแผนกการเงินจะดำเนินการต่อคำร้องของคุณในช่วงเวลาทำการของแผนก
  • ไม่ได้ การโอนเงินระหว่างบัญชีของลูกค้า JustForex เป็นข้อห้ามกระทำเนื่องจากบริษัทปฏิบัติตาม นโยบาย AML
  • คุณได้รับอนุญาตให้สามารถโอนเงินทุนระหว่างบัญชีสำหรับซื้อขายของคุณได้ รวมทั้งสามารถโอนเงินทุนจากบัญชีพันธมิตรหนึ่ง (ประเภท IB) ไปยังบัญชีสำหรับซื้อขายได้
  • ทางเลือกในการชำระเงิน ค่าธรรมเนียม นำฝากเงิน ค่าธรรมเนียม การถอนเงิน
    China Union Pay 1.5% 1% (ขั้นต่ำ 6 CNY)
    DixiPay 0.5% (ขั้นต่ำ 0.01 USD) 0%
    ePayments 1% 0%
    FasaPay 0.5% (ขั้นต่ำ 0.01 USD)
    0.5% (ขั้นต่ำ 100 IDR)
    0%
    Neteller 3.2%+0.23 EUR *
    3.2%+0.29 USD *
    1% (ขั้นต่ำ 1 EUR)
    1% (ขั้นต่ำ 1 USD)
    Perfect Money 0% 0.5% (ขั้นต่ำ 0.01 EUR)
    0.5% (ขั้นต่ำ 0.01 USD)
    Qiwi Wallet 4.5% (ขั้นต่ำ 0.01 USD) 0.5% (ขั้นต่ำ 0.01 USD)
    Skrill 3.5%+0.35 EUR *
    3.5%+0.39 USD *
    1%
    Visa / MasterCard 3.5%+0.35 EUR *
    3.5%+0.5 USD *
    2.4%+2 EUR
    2.4%+2.5 USD
    Wire Transfer 0% 50 EUR
    38 USD

    * ค่าคอมมิชชั่นจริงขึ้นอยู่กับประเทศที่ลูกค้าพำนักอาศัย

โปรแกรมพันธมิตร

  • ได้แน่นอน คุณสามารถกลายมาเป็นพันธมิตรของ JustForex ได้ (ด้วยการแนะนำให้กับโบรกเกอร์) และรับรายได้จากการซื้อขายของลูกค้าที่คุณได้แนะนำพวกเขาเข้ามา คุณสามารถดูเงื่อนไขของการเริ่มต้นความสัมพันธ์แบบพันธมิตรภายใต้โปรแกรมการแนะนำให้กับโบรกเกอร์ได้ ที่นี่
  • ลิงค์ของพันธมิตร คือ ลิงค์ที่ให้ความช่วยเหลือในการติดตามลูกค้าที่แนะนำมาจากคุณภายใต้โปรแกรมการแนะนำให้กับโบรกเกอร์ หมายเลขในการลงทะเบียนบัญชีพันธมิตรของคุณจะปรากฎอยู่ในหน้าจัดการระบบ (Back Office) ซึ่งมันเป็นรหัสพันธมิตรส่วนตัวของคุณ ตัวอย่างเช่น คุณได้ลงทะเบียนบัญชีพันธมิตร และได้รับหมายเลข 32071 หมายเลขนี้คือรหัสพันธมิตรของคุณ

    รหัสการแนะนำจะปรากฎอยู่ในหน้าจัดการระบบ (Back Office) ของคุณ ในกรณีเปลี่ยนแปลงหน้าเว็บไซต์ไปเป็นรหัสแนะนำลูกค้า โปรดเลือกตัวเลือกที่เหมาะสมในช่อง "หน้าเว็บไซต์" คุณยังสามารถระบุหน้าเว็บไซต์ที่คุณต้องการใช้ดึงดูดลูกค้าของคุณได้ด้วยตัวคุณเอง สำหรับการเลือกรายการ "หน้าเว็บไซต์อื่น" ในรายการบนแถบเลื่อนลง จากนั้นให้แทรกลิงค์ที่ต้องการเข้าไปในช่องที่ปรากฎอยู่ รหัสแนะนำของคุณจะถูกเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติในรหัสของป้ายแบนเนอร์เมื่อเลือกหน้าเว็บไซต์

  • เมื่อผู้ใช้งานคลิกไปยังลิงค์ แล้วทำการลงทะเบียนบริษัท เปิดบัญชีสำหรับซื้อขาย และทำการซื้อขาย รายได้จากการซื้อขายของลูกค้าที่คุณได้แนะนำจะถูกโอนเข้าไปในบัญชีพันธมิตรของคุณ รายได้จากกิจกรรมการซื้อขายของลูกค้าที่คุณได้แนะนำเข้ามาจะจ่ายเข้าไปในบัญชีการซื้อขายของคุณตามประเภทของบัญชีที่ลูกค้ารายนั้น ๆ ได้เปิดบัญชีขึ้น

    หากหลังจากคลิกไปยังลิงค์ แล้วพบว่าลูกค้าปรากฎอยู่บนหน้าเว็บไซต์ของบริษัทแต่ไม่ได้ทำการลงทะเบียนที่หน้าจัดการระบบ (Back Office) โดยทันที นี่ไม่ได้หมายความว่าลูกค้าจะไม่ถูกเพิ่มอยู่ในรายชื่อการแนะนำของคุณ การเปลี่ยนแปลงทุกอย่างจะถูกบันทึกไว้ในคุกกี้ หากมีการเปิดใช้คุกกี้บนเว็บไซต์ของลูกค้า เมื่อลูกค้าเข้าเยี่ยมชมเว็บไซต์ในภายหลัง และทำการลงทะเบียนที่หน้าจัดการระบบ (Back Office) ลูกค้ารายนั้นก็จะถูกเพิ่มเข้าไปในรายชื่อลูกค้าผู้ถูกแนะนำโดยคุณ

  • ลิงค์พันธมิตรของคุณประกอบไปด้วย:
    • 1. ที่อยู่ของหน้าเว็บไซต์ที่คุณต้องการส่งลูกค้าของคุณตรงไปยังหน้าเว็บไซต์นั้นเมื่อลูกค้าทำการคลิกบนลิงค์ ตัวอย่างเช่น คุณต้องการให้ผู้ที่มีโอกาสจะกลายมาเป็นลูกค้าของคุณหันมาสนใจในเงื่อนไขการซื้อขาย และตัดสินใจทำการลงทะเบียนทันที แล้วเลือกหน้าเว็บที่ประกอบไปด้วยข้อมูลเกี่ยวกับเงื่อนไขการซื้อขาย แล้วทำการทำสำเนาลิงค์ https://justforex.com/th/trading/account-types

    • 2. ส่วนที่สองของลิงค์พันธมิตร คือรหัสพันธมิตรส่วนตัวของคุณ (หมายเลขบัญชี IB ของคุณ) ตัวอย่างเช่น32071 ในขณะเดียวกัน คุณจำเป็นจะต้องเพิ่ม "?ref=" เพื่อการเชื่อมต่อไปยังลิงค์ของเว็บไซต์ และรหัสพันธมิตร คุณสามารถทำสำเนา ?ref=32071 จากหน้าเว็บไซต์ "วัสดุโปรโมชั่น" ในหน้าจัดการระบบ (Back Office) ของคุณ (ช่อง "ลิงค์พันธมิตรของคุณ") และเพิ่มมันเข้าไปในลิงค์ของหน้าเว็บไซต์ที่คุณเลือกไว้

      ในกรณีที่คุณต้องการแนะนำผู้ที่อาจจะกลายมาเป็นลูกค้าให้กับหน้าเว็บไซต์ด้วยเงื่อนไขการซื้อขาย ลิงค์พันธมิตรของคุณจะมีลักษณะเหมือนกับรูปแบบนี้: https://justforex.com/th/trading/account-types?ref=32071

  • หลังจากการสร้างลิงค์พันธมิตรเสร็จเรียบร้อยแล้ว ลิงค์จะสามารถใช้งานได้ด้วยการเพิ่มลิงค์เข้าไปในทรัพยากรต่าง ๆ ของเว็บไซต์ ตัวอย่างเช่น การเข้าร่วมการสนทนาในเรื่องสำคัญต่าง ๆ บนกระดานสนทนา คุณก็สามารถเพิ่มลิงค์พร้อมกับรหัสพันธมิตรส่วนตัวของคุณเข้าไปในส่วนของการลงชื่อ ด้วยการเป็นผู้เข้าร่วมของทรัพยากรต่าง ๆ ที่เชื่อมต่อกับตลาดแลกเปลี่ยนสกุลเงิน (กระดานสนทนา แหล่งข้อมูล หรือบล็อก) สามารถแจ้งให้สมาชิกท่านอื่น ๆ ทราบเกี่ยวกับบริการของบริษัท วิธีนี้จะสามารถสร้างการดึงดูดได้มากขึ้นเนื่องจากลิงค์จะเข้าถึงผู้เข้าชมเว็บไซต์กลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง

    นอกจากนี้ คุณยังสามารถค้นหาป้ายแบนเนอร์ที่คุณสามารถวางบนเว็บไซต์ บล็อก หรือกระดานสนทนาของคุณได้ที่ส่วน "วัสดุโปรโมชั่น" ของหน้าจัดการระบบ (Back Office) โปรดทราบว่ารหัสแนะนำของคุณในรหัสของป้ายแบนเนอร์มีการเปลี่ยนแปลงโดยอัตโนมัติเมื่อคุณเลือกหน้าเว็บไซต์ที่คุณต้องการใช้ในการดึงดูดลูกค้า ดังนั้นสิ่งที่คุณต้องการก็คือ ห้ามทำสำเนารหัสป้ายแบนเนอร์ แล้วแทรกมันเข้าไปในรหัสทรัพยากรของคุณ

    ในกรณีที่ผู้ที่คุณแนะนำมาค้นหาข้อมูลเกี่ยวกับบริษัทจากคุณโดยตรง โปรดแน่ใจว่าคุณได้มอบรหัสพันธมิตรของคุณให้กับบุคคลคนนั้น (ตัวอย่างเช่น 32071) เพื่อให้รหัสพันธมิตรของคุณถูกระบุลงในแบบฟอร์มลงทะเบียนบนเว็บไซต์ของบริษัท

  • ได้ สามารถเป็น IB ได้ ทั้งบริษัท และบุคคล
  • การกลายมาเป็น IB ฟอร์เร็กซ์ นั้นง่ายนิดเดียว: ทำการลงทะเบียนที่หน้าจัดการระบบ (Back Office) เปิดบัญชีพันธมิตร และเริ่มดึงดูดลูกค้า คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับเงื่อนไขของความสัมพันธ์แบบพันธมิตรภายใต้โปรแกรมการแนะนำให้กับโบรกเกอร์ได้ ที่นี่

    พันธมิตรส่วนมากกำลังเข้าร่วมโปรแกรมพันธมิตรนี้ โบรกเกอร์มอบลิงค์แนะนำให้กับพันธมิตร พันธมิตรแชร์ลิงค์บนทรัพยากรต่าง ๆ บนเว็บไซต์: เว็บไซต์ กระดานสนทนา บล็อกส่วนตัว สื่อสังคมออนไลน์ เป็นต้น ทุกคนที่คลิกลิงค์ แล้วตามลิงค์ไปลงทะเบียนเป็นนักลงทุนคนเหล่านั้นก็จะกลายเป็นคนที่ได้รับการแนะนำของพันธมิตร พันธมิตรรับผลกำไรจากแต่ละธุรกรรมของลูกค้าที่พันธมิตรเป็นผู้แนะนำมา

การตรวจสอบ

  • เพื่อหลีกเลี่ยงความล่าช้าในขั้นตอนของการตรวจสอบ คุณจำเป็นจะต้องยื่นเอกสารที่ได้รับการแปลเป็นภาษาอังกฤษ และได้รับการเซ็นรับรองแล้ว
  • การตรวจสอบ – คือ กระบวนการยืนยันตัวตนของบุคคล และที่อยู่ที่ได้ระบุไว้ในหน้าจัดการระบบ (Back Office) เพื่อให้สามารถดำเนินการซื้อขายได้ ขั้นตอนของการตรวจสอบ คือ ข้อกำหนดโดยทั่วไปของ นโยบาย AML ที่องค์กรทางการเงินต่าง ๆ ยึดถือปฏิบัติตาม ซึ่งรวมถึง JustForex ด้วย นอกจากนี้ ขั้นตอนนี้ ยังเป็นเงื่อนไขที่จำเป็นในการเริ่มใช้บริการแบบเต็มรูปแบบของบริษัท JustForex อีกด้วย

แพลตฟอร์มการซื้อขาย

  • ในการรับโอกาสทำการซื้อขายด้วยเครื่องมือทางการเงินในตลาดฟอร์เร็กซ์นั้น คุณจำเป็นจะต้องการดาวน์โหลดแพลตฟอร์มการซื้อขาย JustForex ให้คุณใช้ซอร์ฟแวร์ MetaTrader 4 ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นโดยบริษัท Meta Quotes
    • ดาวน์โหลดแพลตฟอร์มการซื้อขาย ที่นี่ ในการติดตั้งโปรแกรม โปรดคลิก run บนไฟล์ที่ดาวน์โหลดไว้
    • คลิก "ถัดไป"
    • อ่านข้อมูลเกี่ยวกับการใช้งานโปรแกรม และคลิก "ถัดไป" ทำเครื่องหมาย "ฉันยอมรับข้อตกลงของข้อตกลงใบอนุญาตนี้ " แล้ว คลิก "ถัดไป"
    • เลือกแฟ้มที่คุณต้องการเก็บโปรแกรม แล้วคลิก "ถัดไป"
    • ด้วยการคลิก "ถัดไป" คุณได้ทำการเปิดใช้งานกระบวนการการทำสำเนาของไฟล์ไปยังระบบแล้ว
    • การติดตั้งเสร็จสมบูรณ์! คุณสามารถเริ่มใช้งานแพลตฟอร์มการซื้อขายได้โดยการเลือก "เปิด MetaTrader 4 JustForex" แล้วคลิก "สิ้นสุด"

    เมื่อคุณเปิดแพลตฟอร์มการซื้อขายเป็นครั้งแรก คุณจะได้รับข้อเสนอให้ทำการเปิดบัญชีสำหรับฝึกฝน ในการเข้าสู่แพลตฟอร์มนั้น คุณจำเป็นจะต้องปิดหน้าต่างนี้ก่อน และหากคุณต้องการเปิดบัญชีทดสำหรับฝึกฝน คุณก็สามาถพบคู่มือการปฏิบัติอย่างละเอียดได้ ที่นี่

    นอกจากนี้ คุณยังสามารถทำการซื้อขายผ่าน MetaTrader 4 เวอร์ชั่นบนเว็บไซต์ได้อีกด้วย – บน JustForex WebTrader เว็บเทอร์มินัล ไม่จำเป็นต้องทำการติดตั้ง และสามารถเปิดใช้งานได้จากเบราว์เซอร์ทั่วไปได้ ในการเข้าใช้งานบัญชีจริง หรือบัญชีทดลอง และเริ่มทำการซื้อขาย คุณทำแค่เพียงไปยังลิงค์ webtrader.justforex.com Youคุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ เทอร์มินัล WebTrader บนเบราว์เซอร์ได้ที่ หน้า นี้

  • ไม่ทำงาน คำสั่ง trailing stop ทำงานเฉพาะเมื่อเวลาที่แพลตฟอร์มการซื้อขายเปิดอยู่ และมีการเชื่อมต่อกันระหว่างแพลตฟอร์มการซื้อขาย กับเซิร์ฟเวอร์การซื้อขายเท่านั้น
  • JustForex เสนอให้ลูกค้าสามารถใช้งานแพลตฟอร์มการซื้อขายที่เป็นที่นิยมกันมากที่สุด นั่นก็คือ – MetaTrader 4. เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแพลฟอร์ม โปรดคลิก ที่นี่
  • ในระหว่างการติดตั้งแพลตฟอร์ม MetaTrader 4 trading รายการที่จำกัดของเครื่องมือทางการเงินจะแสดงอยู่ใน "การเฝ้าดูตลาด" ตามค่าเริ่มต้น ในกรณีที่คุณต้องการเพิ่มสัญลักษณ์ หรือซ่อนการแสดงสัญลักษณ์ ให้คลิกขวาบนเม้าส์ บน "การเฝ้าดูตลาด" แล้วเลือก "สัญลักษณ์" ที่ปรากฎอยู่ในเมนู จากนั้นขยายกลุ่มที่จำเป็น แล้วเลือกสัญลักษณ์ และคลิกที่ปุ่ม "แสดง" / "ซ่อน"

    นอกจากนี้ แพลตฟอร์มการซื้อขายยังให้คุณสามารถ:
    • ซ่อนสัญลักษณ์ทั้งหมด โดยปฏิบัติดังนี้:

      เมนู "การเฝ้าดูตลาด" > คลิก "ซ่อนทั้งหมด"

    • แสดงสัญลักษณ์ที่สามารถใช้งานได้ทั้งหมด โดยปฏิบัติดังนี้:

      เมนู "การเฝ้าดูตลาด" > คลิก "แสดงทั้งหมด"

    • บันทึกรายการสัญลักษณ์ที่แตกต่างกัน และสับเปลี่ยนการใช้งานสัญลักษณ์ต่าง ๆ ได้อย่างรวดเร็ว โดยปฏิบัติดังนี้:

      เมนู "การเฝ้าดูตลาด" > คลิก "กำหนด"

  • เลือก "ประวัติบัญชี" ในแพลตฟอร์มการซื้อขาย MetaTrader 4 จาก "เทอร์มินัล" คลิกที่ปุ่มขวาบนพื้นที่ของแท็บ แล้วเลือก "ประวัติบัญชี" หรือ "กำหนดช่วงเวลาเอง"
  • ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ (หุ่นยนต์) เป็นโปรแกรมซอร์ฟแวร์ (คำสั่ง) ที่ดำเนินการซื้อขายโดยที่ไม่มีการดำเนินการของนักลงทุนซึ่งอยู่บนพื้นฐานของชุดคำสั่งที่ได้มีการกำหนดไว้ล่วงหน้า ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญมีประโยชน์เมื่อคุณไม่มีโอกาสเฝ้าจับตาดูแพลตฟอร์มการซื้อขาย

    คุณสามารถเลือกโหมดใดโหมดหนึ่งของการดำเนินงานที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญใน MetaTrader 4:
    • ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญส่งสัญญาณ แต่ไม่ดำเนินการซื้อขายด้วยตัวเอง
    • ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดำเนินการซื้อขายด้วยตัวเองแต่ต้องได้รับการยืนยันจากนักลงทุนแบบการกำหนดด้วยตัวเอง
    • ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญดำเนินการซื้อขายด้วยตัวเองแต่ไม่ต้องรอการยืนยันจากนักลงทุนแบบการกำหนดด้วยตัวเอง
  • ไม่ทำงาน ที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญทำงานเฉพาะเมื่อเวลาที่แพลตฟอร์มการซื้อขายเปิดอยู่ และมีการเชื่อมต่อกันระหว่างแพลตฟอร์มการซื้อขาย กับเซิร์ฟเวอร์การซื้อขายเท่านั้น
  • วิธีการเปลี่ยนภาษา:
    • ที่เมนูด้านบนสุดให้คลิก "ดู"
    • เลือก "ภาษา"
    • คลิกบนภาษาที่คุณต้องการ
    • ปิด และเปิดแพลตฟอร์มขึ้นใหม่
    แพลตฟอร์มจะแสดงเป็นภาษาที่คุณเลือกไว้เมื่อคุณเปิดแพลตฟอร์มในครั้งต่อไป
  • ในการลบแพลตฟอร์ม MT4 platform โปรดปฏิบัติดังต่อไปนี้:
    • ไปที่แฟ้ม ด้วยไฟล์ของโปรแกรม MT4
    • ค้นหาไฟล์ "Uninstall. exe" แล้วทำการคลิกสองครั้งบนไฟล์
    • หน้าต่างของการลบการติดตั้ง MetaTrader 4 ของ JustForex จะเปิดขึ้น
    • คุณสามารถทำเครื่องหมายบน "ลบข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน" ได้หากคุณต้องการลบข้อมูลส่วนตัวทั้งหมดของคุณจากคอมพิวเตอร์ หรือหากคุณต้องการให้ข้อมูลส่วนตัวของคุณยังคงอยู่ในคอมพิวเตอร์ คุณก็ไม่ต้องทำเครื่องหมายบน "ลบข้อมูลส่วนตัวของผู้ใช้งาน" ในกรณีนี้คุณยังสามารถดาวน์โหลด MetaTrader 4 ของ JustForex ได้อีกครั้ง และยังคงมีข้อมูลเก่าของคุณเก็บเอาไว้
    • คลิก "ถัดไป" แล้วแพลตฟอร์มจะถูกลบออกไป
    • คลิก "สิ้นสุด" เพื่อออกจากหน้าต่างการลบการติดตั้ง
    แล้วตอนนี้เทอร์มินัล MT4 ก็ได้ถูกลบออกจากคอมพิวเตอร์ของคุณสำเร็จแล้ว
  • แพลตฟอร์มการซื้อขายฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุด คือ MetaTrader 4 ที่ถูกพัฒนาขึ้นโดยบริษัท MetaQuotes SoftWare Corp. แพลตฟอร์มการซื้อขายมีเครื่องมือที่จำเป็นสำหรับการวิเคราะห์ทางเทคนิค แสดงราคาซื้อขายตามเวลาจริง อนุญาตการวางคำสั่งซื้อขาย และการจัดการคำสั่งซื้อขาย รวมทั้งการเฝ้าดูสถานะบัญชีซื้อขายให้นักลงทุนใช้งาน เทอร์มินัล เต็มเป็นด้วยเครื่องมือการเขียนภาษาของ MQL4 โดยนักลงทุนสามารถทำการซื้อขายได้โดยอัตโนมัติ: โดยการใช้งานที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ คำสั่ง และตัวชี้วัด

    MetaTrader 4 จะแบ่งการใช้งานออกเป็น 3 เวอร์ชั่น คือ: บนเดสก์ท็อป มือถือ และเว็บไซต์ออนไลน์ สามารถใช้งานทุกเวอร์ชั่นสำหรับการซื้อขายได้กับ JustForex เรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับแพลตฟอร์ม โปรดคลิก ที่นี่

  • แพลตฟอร์มการซื้อขายฟอเร็กซ์แบบออนไลน์ คือ แพลตฟอร์มเวอร์ชั่นบนเว็บเบราว์เซอร์ คุณไม่ต้องดาวน์โลหด และติดตั้งซอร์ฟแวร์เพิ่มเติม คุณสามารถทำการซื้อขายในเบราว์เซอร์ได้โดยตรง แพลตฟอร์มบนเว็บ ใช้งานได้กับระบบปฏิบัติการทุกระบบ (Windows, Mac, Linux) สิ่งที่คุณต้องมีสำหรับการซื้อขายก็คือเบราว์เซอร์ และการเชื่อมต่อกับระบบอินเตอร์เน็ต คุณสามารถค้นหาแพลตฟอร์มที่ JustForex จัดหาให้ได้ จากส่วนนี้

  • JustForex ให้คุณทำการซื้อขายได้ด้วยแพลตฟอร์มการซื้อขายที่เป็นที่นิยมมากที่สุด นั่นก็คือ – MetaTrader 4. MT4 ซึ่งประกอบไปด้วยแพลตฟอร์มทั้งเวอร์ชั่นบนเดสก์ท็อป และเว็บ ยังมีแอพลิเคชั่นสำหรับสมาร์ทโฟน ของคุณอีกด้วย (ทั้งบน iOs และ Android) ที่ให้คุณสามารถติดตามตลาดฟอเร็กซ์ได้ทุกเวลา และทำการซื้อขายได้ทุกที่ คุณสามารถเลือก และดาวน์โหลดแอพฯ สำหรับการซื้อขายฟอเร็กซ์ที่ดีที่สุดได้ ที่นี่

คุณต้องการรับการวิเคราะห์ล่าสุดไหม
สมัครรับข่าวสารเลยตอนนี้!
* จำเป็นต้องระบุ